วันศุกร์ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก

พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก การคุ้มครองเด็ก หมายถึง การป้องกันและปกป้องเด็กจากความรุนแรง การถูกแสวงหาประโยชน์ การละเลยทอดทิ้ง หรือรูปแบบการกระทำต่างๆที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบด้านลบต่อร่างกายและจิตใจ การพัฒนา และศักดิ์ศรีของเด็ก ประเทศไทยมีกฎหมายหลายฉบับที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองเด็ก เช่น พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. ๒๕๔๖,พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. ๒๕๕๐ , พระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๐ , พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานพ.ศ.๒๕๔๑ , นอกจากนี้ ยังได้ร่วมลงนามในข้อตกลงนานาชาติ เช่น อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก , อนุสัญญาว่าด้วยการขจัดแรงงานเด็กในรูปแบบที่เลวร้ายที่สุด (หมายเลขที่ ๑๘๒) และมี บันทึกข้อตกลงนานาชาติเพื่อความเข้าใจร่วมกันระหว่างประเทศ เพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์ ซึ่งกฎหมายเหล่านี้ เป็นพื้นฐานในการทำงานด้านการคุ้มครองเด็ก การปฏิบัติต่อเด็กโดยมิชอบสามารถแบ่งได้ดังนี้ การละเมิด การละเมิดทางกาย เช่น การต่อยหรือทุบตี จับตัวเด็กเขย่า หรือโยน ตีเด็กด้วยวัสดุหรือสิ่งของ ใช้ไฟจี้หรือใช้น้ำร้อนลวก ทำให้เด็กหายใจไม่ออก การละเมิดทางเพศ เช่น การข่มขืน การสำเร็จความใคร่ การกอดรัดลูบไล้ร่างกาย การให้เด็กได้รับรู้ในสิ่งที่ไม่บังควรทางเพศ และชักนำให้เด็กประพฤติตนในเชิงยั่วยวนทางเพศ ซึ่งรวมถึงการให้เด็กดูหรือมีส่วนร่วมในการผลิตสื่อลามกด้วย การละเมิดทางอารมณ์ เช่น ทำให้เด็กรู้สึกว่าตนเองไม่มีใครรัก ไร้ค่า ไม่คู่ควร การข่มขู่จนทำให้รู้สึกตกใจกลัว การดูถูกเหยียดหยาม เยาะเย้ย ทำให้เด็กอับอาย การเลือกปฏิบัติ แบ่งแยกกีดกัน การใช้ความรุนแรงต่อเด็ก คือ การกระทำที่ส่งผลร้ายต่อความปลอดภัย สวัสดิภาพ และสภาพจิตใจของเด็ก เช่น เด็กที่เข้าร่วมในกลุ่มเด็ก/เยาวชน ที่มีการใช้ความรุนแรง การรังแกระหว่างเด็ก (bullying) การ ‘รับน้อง’ ในสถาบันการศึกษาด้วยกิจกรรมที่รุนแรง ความรุนแรงระหว่างบุคคลที่ไม่ได้เกี่ยวเนื่องกัน ซึ่งส่วนใหญ่จะเกิดนอกบ้าน การละเลย คือ ความบกพร่องในการจัดหาสิ่งที่จำเป็นสำหรับการพัฒนาของเด็กในทุกๆ ด้าน ตั้งแต่สุขภาพ การศึกษา พัฒนาการทางอารมณ์ โภชนาการ ที่อยู่อาศัย สภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย ในบริบทที่ครอบครัวหรือผู้ดูแลมีความสามารถที่จะจัดหาได้ตามสมควร จนถึงขั้นที่เกิดอันตรายต่อร่างกายและพัฒนาการของเด็ก เช่น เด็กไม่ได้รับอาหารเพียงพอ ขาดเสื้อผ้า ไม่มีที่อยู่อาศัยที่ปลอดภัย ปล่อยเด็กไว้โดยไม่มีใครดูแล ทำให้เด็กต้องดูแลตนเอง หรือรับหน้าที่ดูและน้องๆ ทั้งที่ตนเองยังมีอายุน้อยเกินควร ละเลยที่จะพาเด็กไปหาหมอหรือไปโรงเรียน การแสวงประโยชน์จากเด็ก คือ การใช้เด็กในกิจกรรมซึ่งสนองประโยชน์แก่คนอื่นแต่บั่นทอนสุขภาพกาย และจิตใจของเด็ก การค้าเด็ก การใช้แรงงานเด็ก การค้าประเวณีเด็ก การผลิตสื่อลามกที่เกี่ยวกับเด็ก การบังคับให้เด็กแต่งงาน การบังคับใช้เด็กเป็นกองกำลังสู้รบ การนำเด็กไปขอทาน การถูกละเมิด ละเลย แสวงประโยชน์ และการใช้ความรุนแรง สามารถเกิดขึ้นได้กับทั้งเด็กหญิงและเด็กชาย กลุ่มเด็กที่มีความเสี่ยงต่อการปฏิบัติโดยมิชอบ ได้แก่ เด็กพิการ เด็กกลุ่มชาติพันธุ์ เด็กเร่ร่อน เด็กที่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เด็กผู้อพยพและเด็กไร้สัญชาติการถูกละเมิด ละเลย แสวงประโยชน์ และการใช้ความรุนแรง สามารถเกิดขึ้นได้กับทั้งเด็กหญิงและเด็กชาย กลุ่มเด็กที่มีความเสี่ยงต่อการปฏิบัติโดยมิชอบ ได้แก่ เด็กพิการ เด็กกลุ่มชาติพันธุ์ เด็กเร่ร่อน เด็กที่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เด็กผู้อพยพและเด็กไร้สัญชาติ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น